กายภาพบำบัดกับการใช้น้ำเป็นสื่อในการรักษาโรค
หลักการธาราบำบัด (Hydrotherapy Principle)
ธาราบำบัด หรือ Hydrotherapy เป็นรูปแบบหนึ่งของวิธีการรักษาทางกายภาพบำบัด ซึ่งใช้น้ำเป็นตัวกลางหรือสื่อ
ในการรักษา มักจะกระทำในรูปแบบของการฝึกออกกำลังกายในน้ำ หรือการใช้คุณสมบัติของน้ำในลักษณะรูปแบบต่างกันมารักษาปัญหาของผู้ป่วย อาทิเช่น ผู้ป่วยข้อติดบวมที่แขนขาและมือ บาดแผลไฟไหม้หรือแผลกดทับ (Pressure sore) กล้ามเนื้ออ่อนแรง ผิวหนัง หนาตัว เป็นต้น ดังนั้นการนำเอาน้ำมารักษาทางกายภาพบำบัดจึงแบ่งได้เป็น 2 ลักษณะคือ
1.การออกกำลังหรือการฝึกบริหารภายในน้ำ ที่เรียกว่า Aquatic exercise หรือ Pool exercise
2.การรักษาด้วยคุณสมบัติของน้ำ |
|
การรักษาโดยการใช้น้ำนั้นมีมาตั้งแต่สมัยโบราณ โดยสามารถใช้ทั้งน้ำร้อนและน้ำเย็นในการรักษา เช่นใช้รักษาในผู้ที่มีปัญหาปวดตามข้อต่อต่างๆ หรือเพื่อเป็นการผ่อนคลายความตึงเครียดของกล้ามเนื้อทุกส่วนในร่างกาย ในปัจจุบันได้นำวิธีการต่างๆ ดังกล่าวมาประยุกต์ใช้ในสระน้ำหรือถังน้ำ การออกกำลังหรือฝึกบริหารภายในน้ำนั้น นักกายภาพบำบัดต้องใช้ความรู้ในการพิจารณาวิเคราะห์ตัดสินใจเลือกวิธีการที่เหมาะสมแก่ผู้ป่วยในแต่ละราย กล่าวคือจะต้องทราบถึงเป้าประสงค์ของการออกกำลังกายในน้ำ ทราบถึงเป้าหมายที่เห็นได้ชัดของท่าบริหารที่ทำแต่ละท่า เช่น เพื่อต้องการคลายความเครียด เพิ่มการเคลื่อนไหว ฝึกฝนกำลังกล้ามเนื้อ หรือกิจกรรมพักผ่อนนันทนาการ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับพยาธิสภาพของโรคและอาการของผู้ป่วย
ระยะเวลาของการรักษาครั้งหนึ่งๆ อาจใช้เวลาประมาณ 5-45 นาที ทั้งนี้ขึ้นกับอายุ สภาพของผู้ป่วยและอุณหภูมิของน้ำ ผู้ป่วยสูงอายุจะใช้เวลาการรักษาสั้นประมาณ 5-10 นาที ในครั้งแรกแล้วค่อยๆเพิ่ม แต่ไม่ควรมากกว่า 20 หรือ 25 นาที ถ้าผู้ป่วยที่อายุน้อยอาจใช้เวลาในการรักษาถึง 30-45 นาที ส่วนสภาพของผู้ป่วยนั้นในกรณีที่ผู้ป่วยเป็น อัมพาตครึ่งท่อน (paraplegia) หรือบาดเจ็บตามข้อต่างๆ จะสามารถอยู่ในน้ำได้นานกว่าผู้ป่วยที่ป่วยจากโรคเป็นระบบ เช่น ผู้ป่วยข้ออักเสบรูมาตอยด์ (rheumatoid arthritis) สภาพอุณหภูมิของน้ำ ก็มีผลต่อการรักษา โดยทั่วไปอุณหภูมิของน้ำที่ใช้ จะอยู่ในช่วง 33-37.6 องศาเซลเซียส ถ้าผู้ป่วยอายุยิ่งน้อยก็สามารถใช้น้ำที่มีอุณหภูมิต่ำกว่านี้ตัวอย่างเช่น ถ้าผู้ป่วยเป้นอัมพาตครึ่งท่อน ที่มีอายุน้อยสามารถใช้เวลารักษานานประมาณ 45 นาที ที่อุณหภูมิของน้ำประมาณ 33 องศาเซลเซียส ขณะที่ผู้ป่วยข้ออักเสบรูมาตอยด์ที่มีอายุมากสามารถทนต่อกาารักษาเพียง 20 นาที ในน้ำที่มีอุณหภูมิ 36 องศาเซลเซียส
โดยสรุปแล้วผลการรักษา โดยวิธีการทางธาราบำบัดสามารถนำมาประยุกต์ใช้เพื่อการรักษาผู้ป่วยได้ดังนี้ คือ
1. สามารถลดปวดและลดอาการเกร็งของกล้ามเนื้อ
2. ช่วยการผ่อนคลายทั้งร่างกายและจิตใจ
3. ช่วยเพิ่มพิสัยการเคลื่อนไหวของข้อ
4. ช่วยฝึกการทำงานของกล้ามเนื้อที่อ่อนแรง
5. เพิ่มความแข็งแรงและความทนทานของกล้ามเนื้อ
6. ช่วยเพิ่มความสามารถในการทำงานของร่างกาย เช่น การเดินและการทรงตัว
7. ช่วยเพิ่มระบบการไหลเวียนโดยเฉพาะที่ผิวหนัง
8. ทำให้ผู้ป่วยสามารถทำกิจกรรมต่างๆได้ง่ายกว่าบนบก ซึ่งเป็นการสร้างความมั่นใจในตัวเองให้แก่ผู้ป่วย
9. กระตุ้นการทำงานของต่อมเหงื่อใต้ผิวหนัง
ท่านสามารถเยี่ยมชมสระว่ายน้ำของศูนย์ได้โดย คลิกที่นี่ (ลิงค์ไปที่ อาคารยิมเนเซี่ยมและสระว่ายน้ำ)
และชมภาพการรักษาด้วยวิธีธาราบำบัดได้โดย คลิกที่นี่ (ลิงค์ไปที่ภาพกิจกรรม หัวข้อการฝึกธาราบำบัดและกิจกรรม
การออกกำลังกายในน้ำ) |
|
การออกกำลังกายในน้ำ
การออกกำลังกายในน้ำ นับเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ประชาชนสามารถนำไปปฏิบัติเพื่อเป็นการส่งเสริมสุขภาพร่างกายให้มีความแข็งแรง แต่ยังไม่แพร่หลายมากนักเนื่องจากขาดแคลนสระว่ายน้ำ การออกกำลังกายในน้ำนอกจากจะมีผลดีต่อสุขภาพกายแล้วยังมีผลดีต่อสุขภาพจิตด้วย และยังเหมาะสำหรับผู้ไม่สามารถออกกำลังบนบกได้เช่นผู้ที่มีข้อเสื่อม มีอาการปวดตามข้อต่อของร่างกาย การออกกำลังกายบนบก อาจไปกระตุ้นให้เกิดอาการปวดตามข้อเพิ่มมากขึ้นได้ ในขณะทีการออกกำลังกายในน้ำ น้ำจะเป็นตัวช่วยในการพยุงร่างกาย ทำให้มีการลงน้ำหนักผ่านข้อต่อน้อยมาก อันจะส่งผลให้ไม่เกิดอาการปวดในขณะที่มีการเคลื่อนไหว และยังสามารถเพิ่มความแข็งแรงของร่างกายได้เนื่องจากการเคลื่อนไหวในน้ำจะมีแรงต้านทาน ทำให้ร่างกายต้องใช้แรงพยายามในการเคลื่อนไหว
การว่ายน้ำและการออกกำลังกายทางน้ำให้ประโยชน์อะไรบ้าง?
- ทำให้ร่างกายแข็งแรง
- ทำให้ข้อมีการเคลื่อนไหวดีขึ้น
- กล้ามเนื้อมีความแข็งแรงและความอดทนรวมทั้งการทรงตัวดีขึ้น
- ทำให้ระบบไหลเวียนดีขึ้น
- ใช้ในการฟื้นฟูสภาพร่างกายหลังได้รับอุบัติเหตุ
- ใช้เป็นส่วนหนึ่งในการลดน้ำหนัก
- ลดความตึงเครียด |
|
วิธีการออกกำลังกายในน้ำมีอะไรบ้าง ?
- การเดินหรือการวิ่งในน้ำ ความลึกของน้ำอาจจะระดับเอวหรือระดับหน้าอก ประโยชน์ของการวิ่งในน้ำเหมือนกับการวิ่งบนบกแต่จะมีอุบัติการณ์ของอาการปวดข้อหรือข้ออักเสบน้อยกว่าการวิ่งบนบก แรงต้านของน้ำจะทำให้ร่างกายใช้พลังงานมาก
- การเต้นแอโรบิกในน้ำ (water aerobics) เพียงครั้งละ 20 นาที ก็สามารถทำให้หัวใจแข็งแรงขึ้น
- การสร้างกำลังของกล้ามเนื้อ (water toning /strengthening training) โดยการเคลื่อนไหวร่างกายต้านกระแส
น้ำหรือใช้อุปกรณ์เพิ่มเพื่อสร้างกล้ามเนื้อและทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้น
- การฝึกการเคลื่อนไหวของข้อ (Flexibility training) เพื่อให้ข้อเคลื่อนไหวได้อย่างเต็มที่
- ธาราบำบัด (water therapy and rehabilitation) ใช้บำบัดทางการแพทย์
- การทำโยคะในน้ำ (water yoga and relaxation) เป็นการฝึกโยคะในน้ำเพื่อการผ่อนคลายกล้ามเนื้อ
- การออกกำลังกายในน้ำลึก (Deep – water exercise) เป็นการออกกำลังกายในน้ำลึกโดยที่เท้าไม่สัมผัสพื้นโดยใช้อุปกรณ์ช่วยในการลอยตัว
- การออกกำลังกายโดยใช้กำแพง (wall exercises)
- การว่ายน้ำ
ทำไมต้องออกกำลังกายในน้ำ ?
- กระแสน้ำอุ่นจะช่วยลดอาการปวดและอาการข้อติด
- กระแสน้ำอุ่นจะทำให้อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือด
- น้ำจะช่วยลดแรงกระแทกของการออกกำลังกาย
- แรงต้านของน้ำจะทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้น
- กระแสน้ำจะช่วยนวดให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย |
|
ข้อแนะนำสำหรับการออกกำลังกายในสระน้ำ หรือ spa หรืออ่างน้ำอุ่น ?
- เมื่อท่านต้องปรึกษาแพทย์ของท่านก่อนที่จะใช้น้ำร้อนในการออกกำลังกาย
- น้ำที่ใช้ควรมีอุณหภูมิระหว่าง 83 ถึง 88 F เพื่อออกกำลังกาย
- น้ำที่ใช้สำหรับแช่ควรมีอุณหภูมิ 98 ถึง 104 F และแช่เป็นเวลา 10-15 นาที
- ควรที่จะเริ่มที่อุณหภูมิไม่สูงก่อนและค่อยๆเพิ่ม
- เด็กและคนแก่อาจเกิดปัญหาเรื่องอุณหภูมิในร่างกายสูงเกินไปต้องระวัง
- สำสำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัวเช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคปอด ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน
- ควรตรวจอุณหภูมิของน้ำก่อนและระหว่างที่อยู่ในน้ำ
- ไม่ควรใช้น้ำร้อนหลังจากการดื่มสุราเพราะอาจจะทำให้ท่านหมดสติ
- คนท้องไม่ควรแช่น้ำร้อน |
| |
| |